
การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย
|
คำแนะนำในการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย
ประเทศไทยได้ออกกฎระเบียบการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2542 (ตามมาตรา 56 ถึง 65) ดังนั้นจึงไม่มีพระราชบัญญัติการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แยกออกมาต่างหาก (ก่อนการยื่นขอจดทะเบียน)
1-1
คุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
1-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
1-3
ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับล (การออกแบบผลิตภัณฑ์)
2-1
อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้
2-2
การออกแบบผลิตภัณฑ์แบบใดที่ไม่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้
2-4
ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพื่อจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในบางส่วนของสินค้าได้หรือไม่
2-6
ข้อควรปฏิบัติในการเตรียมรูปวาดเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
2-6-1
ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรใช้รูปถ่ายเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
2-7
ข้อถือสิทธิของการออกแบบผลิตภัณฑ์
จะต้องเขียนอย่างไร 2-8
รายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร (สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ) 3-2
ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้
3-3
ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใด (ขั้นตอนการจดทะเบียน) 4-1
ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอจดทะเบียน 4-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งให้แก้ไข
จะต้องปฏิบัติอย่างไร 4-3
ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ
จะต้องปฏิบัติอย่างไร
4-4
การประกาศโฆษณาของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะทำได้เมื่อใด
4-5
เมื่อใดที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำคัดค้านได้
และการอุทธรณ์ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษหรือไม่
4-6
จำเป็นต้องมีการยื่นคำร้องเพื่อให้ตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่
4-8
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร
4-9
หลังจากได้รับคำสั่งให้จดทะเบียนแล้ว
จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร 4-10
หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว
จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร (สิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์) 5-1
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีระยะความคุ้มครองกี่ปี 5-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม่ (ก่อนการยื่นการออกแบบผลิตภัณฑ์)
1-1
คุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี
2542 มาตรา 14,
ผู้ยื่นขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องถือสัญชาติไทย
หรือตามเงื่อนไขในมาตรา 14(2)
ที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นบุคคลถือสัญชาติประเทศที่อนุญาตให้คนไทยยื่นขอรับสิทธิบัตรได้
1-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ 1.
ชื่อผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 2.
สัญชาติผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 3.
ที่อยู่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 4.
หนังสือมอบอำนาจรับรองโดยโนตารีพับลิค 5.
หนังสือสัญญาโอน (ถ้ามี) 6.
รูปวาดการออกแบบผลิตภัณฑ์
(กรุณาดูข้อ 2-6) 7.
ข้อถือสิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์
(ทางบริษัทจะจัดเตรียมไว้ให้,
กรุณาดูข้อ 2-7) 1-3
ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นชาวต่างชาติ
ผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องมีตัวแทนในประเทศไทย
โดยยื่นหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค
ในกรณีที่ไม่มีโนตารีพับลิคในประเทศนั้น
ให้รับรองโดยสถานทูตไทย/สถานกงสุล
ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรมีอำนาจในการยื่นขอจดทะเบียนในประเทศไทย
นอกจากนั้น หากผู้ขอรับสิทธิบัตรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนสิทธิบัตร
ตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานสิทธิบัตรไทยเท่านั้น (การออกแบบผลิตภัณฑ์)
2-1
อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้
ตามพระราชบัญญัติสิทธิปี
2542 มาตรา 56
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัตินี้
ได้ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรม
และตามมาตรา 57
การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์
ใหม่ 1.
แบบผลิตภัณฑ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
2.แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ
สาระสำคัญ หรือรายละเอียด
ในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้ว
ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
3.แบบผลิตภัณฑ์ที่เคยมีประกาศโฆษณาตามมาตรา
65 ประกอบ ด้วยมาตรา 28
มาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
4.
แบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใน
(1) (2) หรือ (3)
จนเห็นได้ว่าเป็นการเลียนแบบ 2-2
การออกแบบผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้
ตามพระราชบัญญัติสิทธิปี
2542
มาตรา
58
การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ 1.
แบบผลิตภัณฑ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ตัวอย่างเช่น
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
หรือศาสนา 2.
แบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ไม่สามารถทำได้
คำขอการออกแบบผลิตภัณฑ์ 1
คำขอใช้สำหรับการยื่นขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวเท่านั้น 2-4
ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพื่อจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในบางส่วนของสินค้าได้หรือไม่
สามารถทำได้
โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ต้องแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์ของสินค้าทั้งหมด
โดยให้แสดงเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรับความคุ้มครองเท่านั้น
ขึ้นอยู่กับหลักการของประเทศที่ยื่นคำขอ
ขอให้ตรวจสอบกับทางบริษัท 2-6
ข้อควรปฏิบัติในการเตรียมรูปวาดเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้ 1.
ใช้กระดาษกว้างประมาณ
21 เซนติเมตร และยาวประมาณ 29.5
เซนติเมตร (ขนาดA4)
ผู้ยื่นคำขอสามารถแสดงภาพได้ทั้งตามแนวตั้ง
หรือ แนวนอน 2.
วาดรูปด้วยปากกา,
ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่างๆ
(กรุณาดูข้อ 2-6-2) หรือรูปถ่าย (กรุณาดูข้อ
2-6-1) 3.
รูปวาดจะต้องประกอบด้วย
ภาพด้านหน้า, ภาพด้านหลัง,
ภาพด้านขวา, ภาพด้านซ้าย,
ภาพด้านบน, ภาพด้านล่าง
และภาพที่แสดงสัดส่วน 4.
รูปวาดจะต้องแสดงเฉพาะพื้นผิวของสินค้า
ไม่ต้องแสดงด้านใน 5.
ผู้ยื่นคำขอไม่ต้องเขียนคำหรือประโยคลงบนรูปวาด
(ถ้ามีคำอธิบายเกี่ยวกับรูปวาด,
ให้ผู้ยื่นคำขอเขียนไว้ในรายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์
กรุณาดูข้อ 2-8) 2-6-1
ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรใช้รูปถ่ายเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้ 1.
ผู้ยื่นคำขอเตรียมรูปถ่ายขนาดความกว้าง
21 เซนติเมตร และความยาว 29.5
เซนติเมตร (ขนาดA4)
หรือติดรูปลงในกระดาษขาวขนาดความกว้าง
21 เซนติเมตร และความยาว 29.5
เซนติเมตร (ขนาดA4)
แล้วเคลือบด้วยฟิล์มพลาสติก 2.
ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการถือสิทธิในสีด้วย
ให้ใช้ภาพสี 3.
ถ้าไม่ต้องการข้อถือสิทธิในสีใดเป็นพิเศษ
ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้ภาพขาวดำได้ 4.
ผู้ยื่นคำขอไม่ต้องเขียนตัวเลขลงบนรูปวาด 5.
รูปภาพจะต้องแสดงให้เห็นรูปทรงที่ถูกต้องไม่เบี่ยงเบนจากความเป็นจริง 6.
ควรแสดงเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขอถือสิทธิเท่านั้น
และฉากหลังควรเป็นสีสว่างเพื่อให้มองเห็นวัตถุได้ชัดเจน
ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้ 1.
รูปวาดจะต้องอยู่ในกระดาษที่มีขนาดความกว้าง
21 เซนติเมตร และความยาว 29.5
เซนติเมตร (ขนาด A4) 2.
ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการถือสิทธิในสีใดเป็นพิเศษ
จะต้องใส่สีลงบนภาพด้วย 3.
ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ต้องการถือสิทธิในสีใด
จะต้องวาดรูปด้วยหมึกสีดำเพื่อไม่ให้ซีดจางในภายหลัง 4.
ถ้าแบบของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยวัตถุโปร่งใส
เช่น แก้วหรือพลาสติก
ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงด้านที่โปร่งใสนั้นด้วยการลากเส้นขนาน
2 เส้น 5.
ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้เส้นประ
(ถ้ามี)
แต่ต้องไม่ใช้สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะยื่นคำขอ
การใช้เส้นประ
จะต้องระวังไม่ให้เส้นปะบดบังรูปการออกแบบผลิตภัณฑ์ 6.
สามารถวาดภาพโดยใช้เส้นเพื่อแสดงการออกแบบได้ 7.
ความสูงของตัวอักษรหรือเครื่องหมาย
จะต้องสูงมากกว่า 0.32
เซนติเมตร 8.
ไม่ควรจะใช้เครื่อง
( ) หรือเครื่องหมายวงกลม
หรือเครื่องหมายอื่นๆ
ในการเขียนตัวเลข 9.
ถ้าใช้ตัวเลข
จะต้องแสดงด้วยตัวเลขอารบิค 10.
ใช้อัตราส่วนแสดงขนาดของการออกแบบผลิตภัณฑ์ 11.
รูปย่อส่วนเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
จะต้องแสดงให้เห็นการออกแบบให้ชัดเจนให้มากที่สุด 12.
ถ้าต้องการจะแสดงแสงเงา
ควรจะวาดแสงเงาในมุมทแยง
ไม่ควรวาดในแนวราบ 13.
ไม่ควรใช้จุดเพื่อต้องการแสดงความแตกต่างของสี
เพราะการวาดรูปโดยสีดำเพียงสีเดียว
จะได้รับความคุ้มครองทุกสี 14.
ถ้าต้องการแสดงรูปในแนวลาดเอียง
จะต้องใช้เส้นลาดเอียงสองเส้นขนานกันเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์
ในส่วนที่จำเป็น 2-7
ข้อถือสิทธิของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร
ผู้ยื่นคำขอ
หรือบริษัทจะต้องเขียนบรรยายถึงลักษณะรูปร่างของการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น 2-8
รายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร
ไม่จำเป็นต้องเขียนรายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์
แต่ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการให้ทางบริษัทเขียนให้
ทางบริษัทจะทำการเขียนขนาดความยาวไม่เกิน
100 คำ โดยเขียนเป็นภาษาไทย (สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)
ผู้ขอถือสิทธิจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
1.
การยื่นขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยจะต้องยื่นภายใน
6 เดือน
นับจากวันแรกที่ยื่นจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ในต่างประเทศ 2.
ประเทศที่ยื่นจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้นั้น
จะต้องเป็นประเทศสมาชิกของอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์
ซึ่งประเทศไทยเองได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก เอกสารที่ผู้ขอยื่นคำขอต้องเตรียมสำหรับการขอถือสิทธิย้อนหลังคือ
ใบรับรองการถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศของการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น
ซึ่งผู้ยื่นคำขอไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย
ยกเว้นจะได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม
3-2 ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้
ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ 1.
เป็นผู้ถือสัญชาติไทย
หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย 2.
อยู่ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์
ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก 3.
เป็นคนชาติของประเทศที่ให้สิทธิเช่นเดียวกันแก่ผู้มีสัญชาติไทย
หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไทย 4.
มีภูมิลำเนา
หรือมีการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมหรือการค้าอยู่ในประเทศไทย
หรือ
ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์
ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก หลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก
(WTO)
ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่อยู่ในประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้
และประเทศที่มีสนธิสัญญาสองฝ่ายกับประเทศไทยก็สามารถถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้เช่นกัน 3-3
ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใด
ประเทศไทยเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก
(World Trade Organization), แต่ยังไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญากรุงปารีสเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม
และ Hague Agreement, Lacarno Agreement (ขั้นตอนการจดทะเบียน) 4-1
ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ
หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียน
นายทะเบียนจะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
และตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นว่าสามารถจดสิทธิบัตรได้หรือไม่
และนายทะเบียนจะออกคำสั่งต่างๆ
เช่น คำสั่งให้แก้ไข คำสั่งไม่รับจดทะเบียน
หรือคำสั่งรับจดทะเบียน
โดยทางบริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรทราบตามลำดับ 4-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งให้แก้ไข
จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี
2542 มาตรา 27 และมาตรา 65
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องทำการแก้ไขภายใน
90
วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่ง
หากไม่ทำการแก้ไข
ก็จะถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน
ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้นสามารถยื่นคำอุทธรณ์ต่อผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรได้
หลังจากนั้นผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรจะแจ้งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรต่อไป 4-3 ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ
จะต้องปฏิบัติย่างไร ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปฏิเสธ
สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรภายใน
60
วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
หลังจากนั้นผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรจะแจ้งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรต่อไป 4-4
การประกาศโฆษณาของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะทำได้เมื่อใด
ไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีการประกาศโฆษณาเมื่อใด
ข้อมูลจะถูกประกาศโฆษณาในหนังสือ
ที่ชื่อว่า หนังสือประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร 4-5
เมื่อใดที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำคัดค้านได้
และการอุทธรณ์ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษหรือไม่
ภายใน 90
วันหลังจากวันออกประกาศโฆษณาการออกแบบผลิตภัณฑ์
บุคคลใดที่คิดว่าตนมีสิทธิในการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้มากกว่าผู้ยื่นคำขอ
หรือเห็นว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ไม่สามารถจดทะเบียนได้
หรือมีลักษณะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ
ก็อาจยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนพร้อมเหตุผลของการคัดค้านได้ 4-6
จำเป็นต้องมีการยื่นคำร้องเพื่อให้ตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่
ไม่มี
(ไม่เหมือนกับสิทธิบัตร)
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายใน
90 วัน หลังจากรับทราบผลจากประเทศนั้นๆ
ซึ่งระยะเวลา90 วันนี้
มิใช่ระยะเวลาที่เป็นทางการ
แต่ทางบริษัทแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแจ้งต่อรัฐบาลให้เร็วที่สุด 4-8
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร
สำหรับผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรญี่ปุ่นจะต้องยื่น
การประกาศโฆษณาของสิทธิบัตรที่จดทะเบียน
(a publication of patent registration)
ส่วนผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกานั้น
จะต้องยื่น
การประกาศโฆษณาสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา
(a United States Patent Publication)
โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่จำเป็นต้องเตรียมใบรับรองเอกสารดังกล่าว
4-9
หลังจากได้รับคำสั่งให้จดทะเบียนแล้ว
จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร
ให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
และเจ้าหน้าที่จดทะเบียนจะออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ 4-10
หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว
จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร
ตามกฎกระทรวงข้อที่
23
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในแต่ละปี
โดยเริ่มในปีที่ 5
จนถึงปีที่ 10
ถ้าผู้ขอยื่นจดทะเบียนต้องการได้รับความคุ้มครองตลอดอายุของสิทธิบัตรนั้น
หรือต้องการชำระเพียงครั้งเดียว
ค่าธรรมเนียมรายปีจะแตกต่างตามช่วงเวลา
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม
กรุณาไปที่หน้าสมาชิก
โดยจะต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกก่อน (สิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์) 5-1
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีระยะความคุ้มครองกี่ปี การจดทะเบียนสิทธิบัตรจะให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นเป็นระยะเวลา
10 ปี
นับจากวันยื่นขอรับสิทธิบัตร 5-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม่
ไม่สามารถต่ออายุได้ |
|||||