S&I INTERNATIONAL BANGKOK OFFICE

 


การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย

                                                 English version


การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย
การขอรับสิทธิบัตร
การขอรับอนุสิทธิบัตร
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การขอลิขสิทธิ์

คำแนะนำในการขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย

ประเทศไทยได้ออกกฎระเบียบการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2542 (ตามมาตรา 56 ถึง 65) ดังนั้นจึงไม่มีพระราชบัญญัติการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แยกออกมาต่างหาก

 

(ก่อนการยื่นขอจดทะเบียน)

1-1 คุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

1-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

1-3 ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค 

 

(การออกแบบผลิตภัณฑ์)

2-1 อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้

2-2 การออกแบบผลิตภัณฑ์แบบใดที่ไม่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้

2-3 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอจดทะเบียน 1 คำขอที่รวมเอาการออกแบบผลิตภัณฑ์หลายๆ แบบไว้ในคำขอเดียวกันได้หรือไม่

2-4 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพื่อจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในบางส่วนของสินค้าได้หรือไม่

2-5ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถใช้รูปวาดที่เคยใช้ในการยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศ มายื่นขอจดในประเทศไทยได้อีกหรือไม่

2-6 ข้อควรปฏิบัติในการเตรียมรูปวาดเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์

2-6-1 ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรใช้รูปถ่ายเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์

2-6-2 ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรวาดรูปภาพด้วยปากกา, ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์

2-7 ข้อถือสิทธิของการออกแบบผลิตภัณฑ์ จะต้องเขียนอย่างไร

2-8 รายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร

 

(สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

3-1 การขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง (เช่น ระยะเวลา เอกสารที่ใช้ เป็นต้น)

3-2 ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

3-3 ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใด

 

(ขั้นตอนการจดทะเบียน)

4-1 ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอจดทะเบียน

4-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งให้แก้ไข จะต้องปฏิบัติอย่างไร 

4-3 ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ จะต้องปฏิบัติอย่างไร

4-4 การประกาศโฆษณาของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะทำได้เมื่อใด

4-5 เมื่อใดที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำคัดค้านได้ และการอุทธรณ์ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษหรือไม่

4-6 จำเป็นต้องมีการยื่นคำร้องเพื่อให้ตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่

4-7 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่นเดียวกันไว้ในต่างประเทศ และถ้าได้รับผลการยื่นคำขอในประเทศนั้นก่อนประเทศไทย ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยหรือไม่

4-8 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร

4-9 หลังจากได้รับคำสั่งให้จดทะเบียนแล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

4-10 หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

 

(สิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์)

5-1 สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีระยะความคุ้มครองกี่ปี

5-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม



(ก่อนการยื่นการออกแบบผลิตภัณฑ์)

1-1 คุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

                ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี 2542 มาตรา 14, ผู้ยื่นขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องถือสัญชาติไทย หรือตามเงื่อนไขในมาตรา 14(2) ที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นบุคคลถือสัญชาติประเทศที่อนุญาตให้คนไทยยื่นขอรับสิทธิบัตรได้

1-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

                ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

1.       ชื่อผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

2.       สัญชาติผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

3.       ที่อยู่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

4.       หนังสือมอบอำนาจรับรองโดยโนตารีพับลิค

5.       หนังสือสัญญาโอน (ถ้ามี)

6.       รูปวาดการออกแบบผลิตภัณฑ์ (กรุณาดูข้อ 2-6)

7.       ข้อถือสิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์ (ทางบริษัทจะจัดเตรียมไว้ให้, กรุณาดูข้อ 2-7)

 

1-3 ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นชาวต่างชาติ ผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องมีตัวแทนในประเทศไทย โดยยื่นหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค ในกรณีที่ไม่มีโนตารีพับลิคในประเทศนั้น ให้รับรองโดยสถานทูตไทย/สถานกงสุล ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรมีอำนาจในการยื่นขอจดทะเบียนในประเทศไทย นอกจากนั้น หากผู้ขอรับสิทธิบัตรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนสิทธิบัตร ตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานสิทธิบัตรไทยเท่านั้น

  กลับไปสารบัญ

(การออกแบบผลิตภัณฑ์)

2-1 อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้

                ตามพระราชบัญญัติสิทธิปี 2542 มาตรา 56 การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัตินี้ ได้ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรม และตามมาตรา 57 การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ ใหม่

1. แบบผลิตภัณฑ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร

                2.แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ สาระสำคัญ หรือรายละเอียด ในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้ว ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร

                3.แบบผลิตภัณฑ์ที่เคยมีประกาศโฆษณาตามมาตรา 65 ประกอบ ด้วยมาตรา 28 มาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตร

                4. แบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใน (1) (2) หรือ (3) จนเห็นได้ว่าเป็นการเลียนแบบ

 

2-2 การออกแบบผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่สามารถขอจดสิทธิบัตรได้

                ตามพระราชบัญญัติสิทธิปี 2542 มาตรา 58 การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้

1. แบบผลิตภัณฑ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตัวอย่างเช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือศาสนา

2. แบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

2-3 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอจดทะเบียน 1 คำขอที่รวมเอาการออกแบบผลิตภัณฑ์หลายๆ แบบไว้ในคำขอเดียวกันได้หรือไม่

                ไม่สามารถทำได้ คำขอการออกแบบผลิตภัณฑ์ 1 คำขอใช้สำหรับการยื่นขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวเท่านั้น

2-4 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอเพื่อจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในบางส่วนของสินค้าได้หรือไม่

                สามารถทำได้ โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ต้องแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์ของสินค้าทั้งหมด โดยให้แสดงเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรับความคุ้มครองเท่านั้น

2-5 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถใช้รูปวาดที่เคยใช้ในการยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศ มายื่นขอจดทะเบียนในเมืองไทยได้อีกหรือไม่

                ขึ้นอยู่กับหลักการของประเทศที่ยื่นคำขอ ขอให้ตรวจสอบกับทางบริษัท

2-6 ข้อควรปฏิบัติในการเตรียมรูปวาดเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์

                ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้

1.       ใช้กระดาษกว้างประมาณ 21 เซนติเมตร และยาวประมาณ 29.5 เซนติเมตร (ขนาดA4) ผู้ยื่นคำขอสามารถแสดงภาพได้ทั้งตามแนวตั้ง หรือ แนวนอน

2.       วาดรูปด้วยปากกา, ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่างๆ (กรุณาดูข้อ 2-6-2) หรือรูปถ่าย (กรุณาดูข้อ 2-6-1)

3.       รูปวาดจะต้องประกอบด้วย ภาพด้านหน้า, ภาพด้านหลัง, ภาพด้านขวา, ภาพด้านซ้าย, ภาพด้านบน, ภาพด้านล่าง และภาพที่แสดงสัดส่วน

4.       รูปวาดจะต้องแสดงเฉพาะพื้นผิวของสินค้า ไม่ต้องแสดงด้านใน

5.       ผู้ยื่นคำขอไม่ต้องเขียนคำหรือประโยคลงบนรูปวาด (ถ้ามีคำอธิบายเกี่ยวกับรูปวาด, ให้ผู้ยื่นคำขอเขียนไว้ในรายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์ กรุณาดูข้อ 2-8)

2-6-1 ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรใช้รูปถ่ายเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์           

                ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้

1.       ผู้ยื่นคำขอเตรียมรูปถ่ายขนาดความกว้าง 21 เซนติเมตร และความยาว 29.5 เซนติเมตร (ขนาดA4) หรือติดรูปลงในกระดาษขาวขนาดความกว้าง 21 เซนติเมตร และความยาว 29.5 เซนติเมตร (ขนาดA4) แล้วเคลือบด้วยฟิล์มพลาสติก

2.       ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการถือสิทธิในสีด้วย ให้ใช้ภาพสี

3.       ถ้าไม่ต้องการข้อถือสิทธิในสีใดเป็นพิเศษ ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้ภาพขาวดำได้

4.       ผู้ยื่นคำขอไม่ต้องเขียนตัวเลขลงบนรูปวาด

5.       รูปภาพจะต้องแสดงให้เห็นรูปทรงที่ถูกต้องไม่เบี่ยงเบนจากความเป็นจริง

6.       ควรแสดงเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขอถือสิทธิเท่านั้น และฉากหลังควรเป็นสีสว่างเพื่อให้มองเห็นวัตถุได้ชัดเจน

2-6-2 ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรวาดรูปภาพด้วยปากกา, ไม้บรรทัด และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์

                ข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้

1.       รูปวาดจะต้องอยู่ในกระดาษที่มีขนาดความกว้าง 21 เซนติเมตร และความยาว 29.5 เซนติเมตร (ขนาด A4)

2.       ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการถือสิทธิในสีใดเป็นพิเศษ จะต้องใส่สีลงบนภาพด้วย

3.       ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ต้องการถือสิทธิในสีใด จะต้องวาดรูปด้วยหมึกสีดำเพื่อไม่ให้ซีดจางในภายหลัง

4.       ถ้าแบบของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยวัตถุโปร่งใส เช่น แก้วหรือพลาสติก ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงด้านที่โปร่งใสนั้นด้วยการลากเส้นขนาน 2 เส้น

5.       ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้เส้นประ (ถ้ามี) แต่ต้องไม่ใช้สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะยื่นคำขอ การใช้เส้นประ จะต้องระวังไม่ให้เส้นปะบดบังรูปการออกแบบผลิตภัณฑ์

6.       สามารถวาดภาพโดยใช้เส้นเพื่อแสดงการออกแบบได้

7.       ความสูงของตัวอักษรหรือเครื่องหมาย จะต้องสูงมากกว่า 0.32 เซนติเมตร

8.       ไม่ควรจะใช้เครื่อง ( ) หรือเครื่องหมายวงกลม หรือเครื่องหมายอื่นๆ ในการเขียนตัวเลข

9.       ถ้าใช้ตัวเลข จะต้องแสดงด้วยตัวเลขอารบิค

10.    ใช้อัตราส่วนแสดงขนาดของการออกแบบผลิตภัณฑ์

11.    รูปย่อส่วนเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์ จะต้องแสดงให้เห็นการออกแบบให้ชัดเจนให้มากที่สุด

12.    ถ้าต้องการจะแสดงแสงเงา ควรจะวาดแสงเงาในมุมทแยง ไม่ควรวาดในแนวราบ

13.    ไม่ควรใช้จุดเพื่อต้องการแสดงความแตกต่างของสี เพราะการวาดรูปโดยสีดำเพียงสีเดียว จะได้รับความคุ้มครองทุกสี

14.    ถ้าต้องการแสดงรูปในแนวลาดเอียง จะต้องใช้เส้นลาดเอียงสองเส้นขนานกันเพื่อแสดงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในส่วนที่จำเป็น

2-7 ข้อถือสิทธิของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร

                ผู้ยื่นคำขอ หรือบริษัทจะต้องเขียนบรรยายถึงลักษณะรูปร่างของการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น

2-8 รายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องเขียนอย่างไร

                ไม่จำเป็นต้องเขียนรายละเอียดการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าผู้ยื่นคำขอต้องการให้ทางบริษัทเขียนให้ ทางบริษัทจะทำการเขียนขนาดความยาวไม่เกิน 100 คำ โดยเขียนเป็นภาษาไทย

  กลับไปสารบัญ

(สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

3-1 การขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง (เช่น ระยะเวลา เอกสารที่ใช้ เป็นต้น)

                ผู้ขอถือสิทธิจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

1.       การยื่นขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยจะต้องยื่นภายใน 6 เดือน นับจากวันแรกที่ยื่นจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ในต่างประเทศ

2.       ประเทศที่ยื่นจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้นั้น จะต้องเป็นประเทศสมาชิกของอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งประเทศไทยเองได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

 

เอกสารที่ผู้ขอยื่นคำขอต้องเตรียมสำหรับการขอถือสิทธิย้อนหลังคือ ใบรับรองการถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศของการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ซึ่งผู้ยื่นคำขอไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย ยกเว้นจะได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม

3-2  ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

                 ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

1.       เป็นผู้ถือสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย

2.       อยู่ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

3.       เป็นคนชาติของประเทศที่ให้สิทธิเช่นเดียวกันแก่ผู้มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไทย

4.       มีภูมิลำเนา หรือมีการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมหรือการค้าอยู่ในประเทศไทย หรือ ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

หลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่อยู่ในประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ และประเทศที่มีสนธิสัญญาสองฝ่ายกับประเทศไทยก็สามารถถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้เช่นกัน

 

3-3 ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใด

                ประเทศไทยเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization),  แต่ยังไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญากรุงปารีสเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม และ Hague Agreement, Lacarno Agreement

  กลับไปสารบัญ

(ขั้นตอนการจดทะเบียน)

4-1 ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ

                หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนจะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นว่าสามารถจดสิทธิบัตรได้หรือไม่ และนายทะเบียนจะออกคำสั่งต่างๆ เช่น คำสั่งให้แก้ไข คำสั่งไม่รับจดทะเบียน หรือคำสั่งรับจดทะเบียน โดยทางบริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรทราบตามลำดับ

 

4-2  ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งให้แก้ไข จะต้องปฏิบัติอย่างไร

                ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี 2542 มาตรา 27 และมาตรา 65 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องทำการแก้ไขภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่ง หากไม่ทำการแก้ไข ก็จะถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้นสามารถยื่นคำอุทธรณ์ต่อผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรได้ หลังจากนั้นผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรจะแจ้งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรต่อไป

4-3  ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ จะต้องปฏิบัติย่างไร

ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปฏิเสธ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง หลังจากนั้นผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรจะแจ้งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรต่อไป

4-4 การประกาศโฆษณาของการออกแบบผลิตภัณฑ์จะทำได้เมื่อใด

                ไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีการประกาศโฆษณาเมื่อใด ข้อมูลจะถูกประกาศโฆษณาในหนังสือ ที่ชื่อว่า “หนังสือประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร”

4-5 เมื่อใดที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำคัดค้านได้ และการอุทธรณ์ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษหรือไม่

                ภายใน 90 วันหลังจากวันออกประกาศโฆษณาการออกแบบผลิตภัณฑ์ บุคคลใดที่คิดว่าตนมีสิทธิในการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้มากกว่าผู้ยื่นคำขอ หรือเห็นว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ หรือมีลักษณะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ ก็อาจยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนพร้อมเหตุผลของการคัดค้านได้

4-6 จำเป็นต้องมีการยื่นคำร้องเพื่อให้ตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่

                ไม่มี  (ไม่เหมือนกับสิทธิบัตร

4-7 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกันไว้ในต่างประเทศ และถ้าได้รับผลการยื่นคำขอในประเทศนั้นก่อนประเทศไทย ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยหรือไม่

        ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายใน 90 วัน

หลังจากรับทราบผลจากประเทศนั้นๆ  ซึ่งระยะเวลา90 วันนี้ มิใช่ระยะเวลาที่เป็นทางการ แต่ทางบริษัทแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแจ้งต่อรัฐบาลให้เร็วที่สุด

4-8 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร

                สำหรับผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรญี่ปุ่นจะต้องยื่น “การประกาศโฆษณาของสิทธิบัตรที่จดทะเบียน” (a publication of patent registration) ส่วนผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกานั้น จะต้องยื่น “การประกาศโฆษณาสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา” (a United States Patent Publication) โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่จำเป็นต้องเตรียมใบรับรองเอกสารดังกล่าว

4-9 หลังจากได้รับคำสั่งให้จดทะเบียนแล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

                ให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และเจ้าหน้าที่จดทะเบียนจะออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้

4-10 หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

                ตามกฎกระทรวงข้อที่ 23 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในแต่ละปี โดยเริ่มในปีที่ 5 จนถึงปีที่ 10 ถ้าผู้ขอยื่นจดทะเบียนต้องการได้รับความคุ้มครองตลอดอายุของสิทธิบัตรนั้น หรือต้องการชำระเพียงครั้งเดียว ค่าธรรมเนียมรายปีจะแตกต่างตามช่วงเวลา ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม กรุณาไปที่หน้าสมาชิก โดยจะต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกก่อน

  กลับไปสารบัญ

(สิทธิการออกแบบผลิตภัณฑ์)

5-1 สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มีระยะความคุ้มครองกี่ปี

การจดทะเบียนสิทธิบัตรจะให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นเป็นระยะเวลา 10 ปี นับจากวันยื่นขอรับสิทธิบัตร

5-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม่

                ไม่สามารถต่ออายุได้

กลับไปด้านบน

 

[INTRODUCTION],[WHAT ' S NEW],[IP NEWS],[COMPANY PROFILE],[REQUEST FORM FOR SERVICE],[WHAT IS IPR IN THAILAND],[HOW TO GET IPR IN THAILAND ],[HOW TO GET IPR IN MALAYSIA ],[PROCESS OF ACTING ANY ACT],[LAWS AND REGULATIONS ],[STATISTICS OF THAI IPR ],[STATISTICS OF MALAYSIAIPR],[STATISTICS OF VIETNAM],[RECRUITMENT],[REFERENCES]