
การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย
|
คำแนะนำในการขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย
(สิทธิบัตร) 1-1
อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 1-2
สิ่งประดิษฐ์ที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตรไม่ให้ความคุ้มครอง (สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ) 2-1
ประเทศใดที่เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ 2-2
สนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก (การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร) 3-1
เอกสารใดที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเพื่อขอรับสิทธิบัตร 3-2
ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค 3-4
ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสามารถยื่นรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาอื่นได้หรือไม่ 3-7
จำเป็นที่จะต้องทำหนังสือมอบอำนาจทุกครั้งหรือไม่ 3-8
ข้อควรระวังเกี่ยวกับลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจและหนังสือสัญญาโอน 3-9
จำเป็นหรือไม่ที่ตัวแทนของบริษัทหรือองค์กรต้องไปที่สำนักงานโนตารี 3-10
เวลาที่เหมาะสมในการส่งเอกสารคำขอให้แก่บริษัท (ขั้นตอน) 4-1
ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ 4-2
หลังจากสิทธิบัตรได้ตีพิมพ์ในหนังสือประกาศโฆษณาแล้ว
เราจะได้รับการแจ้งให้ทราบหรือไม่ 4-3
เมื่อใดที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมให้แก่บริษัท 4-5
การยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรคืออะไร 4-7
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร 4-8
หลังจากยื่นคำขอให้ตรวจสอบแล้ว
จะต้องใช้ระยะเวลาอีกเท่าใดในการจดทะเบียนสิทธิบัตร
(สิทธิของสิทธิบัตร) 5-1สิทธิบัตรมีระยะความคุ้มครองกี่ปี 5-2
ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม่ 5-3
เราจะศึกษาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสิทธิบัตรของไทยได้อย่างไร (สิทธิบัตร) 1-1อะไรคือคุณสมบัติที่สำคัญของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี
2542 มาตรา 5
การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะ
3 ประการ
ดังนี้
สิทธิบัตรต่อไปนี้ถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนแล้วตามมาตรา
6
ซึ่งไม่ถือว่าการประดิษฐ์ใหม่
1-2สิ่งประดิษฐ์ที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตรไม่ให้ความคุ้มครอง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี
2542 มาตรา
9
บัญญัติว่าการประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร
(สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ) 2-1
ประเทศใดที่เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ในประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก
(WTO)
และจะต้องขอถือสิทธินี้ภายใน
12
เดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ
และในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศในระบบ
PCT (สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร)
ก็สามารถขอถือสิทธิสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้เช่นกัน 2-2
สนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ
WTO (องค์กรการค้าโลก)
แต่ยังมิได้เข้าร่วมความคุ้มครองภายใต้อนุสัญญากรุงปารีส,
Hague Agreement และ Locarno
Agreement (การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร) 3-1
เอกสารใดที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเพื่อขอรับสิทธิบัตร ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่สามารถยื่นเอกสารในข้อ
(2), (3) และ (5)
ได้ภายในวันยื่นขอรับสิทธิบัตร
ก็จะสามารถส่งเอกสารดังกล่าวได้ภายใน
90 วัน
นับจากวันยื่นคำขอโดยทำเป็นหนังสือของผ่อนผัน ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ
จะต้องยื่นเอกสารในข้อ
(4) ภายใน16
เดือนนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ
ซึ่งขอแนะนำว่าให้กระทำทันที 3-2
ทำไมจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นชาวต่างชาติ
ผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องมีตัวแทนในประเทศไทย
โดยยื่นหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค
ในกรณีที่ไม่มีโนตารีพับลิคในประเทศนั้น
ให้รับรองโดยสถานทูตไทย/สถานกงสุล
ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรมีอำนาจในการยื่นขอจดทะเบียนในประเทศไทย
นอกจากนั้น
หากผู้ขอรับสิทธิบัตรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนสิทธิบัตร
ตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานสิทธิบัตรไทยเท่านั้น ไม่ต้อง
บริษัทฯ
จะเตรียมเอกสารสำหรับครั้งหน้าให้เอง 3-4
ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสามารถยื่นรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาอื่นได้หรือไม่ ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ
ก็สามารถยื่นเป็นภาษาต่างประเทศได้
และจำเป็นต้องมีชื่อการประดิษฐ์เป็นภาษาอังกฤษ ขึ้นอยู่กับภาษาต่างประเทศนั้นๆ
และลักษณะของการประดิษฐ์
ดังนั้นถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องการแปลเอกสารจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย
กรุณาติดต่อทางบริษัท ไม่ต้องมีการรับรองดังกล่าวสำหรับหนังสือสัญญาโอน 3-7
จำเป็นที่จะต้องมีการทำหนังสือมอบอำนาจทุกครั้งหรือไม่ ไม่ต้อง
เพราะสามารถยื่นหนังสือมอบอำนาจที่ทำขึ้นเพื่อกรณีทั่วไปได้ 3-8
ข้อควรระวังเกี่ยวกับลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจและหนังสือสัญญาโอน จะต้องเป็นลายเซ็นเดียวกันทั้งในหนังสือมอบอำนาจ
และหนังสือสัญญาโอน
แต่ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอใช้หนังสือมอบอำนาจสำหรับกรณีทั่วไป
ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลายเซ็นเดียวกัน 3-9
จำเป็นหรือไม่ที่ตัวแทนของบริษัทหรือองค์กรต้องไปที่สำนักงานโนตารี ไม่จำเป็นขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท
หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ
ในบางกรณีผู้ที่รับผิดชอบ
หรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกสามารถไปที่สำนักงานโนตารีได้ 3-10
เวลาที่เหมาะสมในการส่งเอกสารคำขอให้แก่บริษัท ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ
ก็จะสามารถส่งเอกสารทางแฟกซ์ได้จนกระทั้งถึงวันสุดท้ายของการขอถือสิทธิดังกล่าว
แต่ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ข้อถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ
ต้องจะต้องใช้เวลาแปลเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นภาษาไทยประมาณ
4-5 สัปดาห์ ซึ่งขอแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรส่งเอกสารโดยใช้บริการแบบด่วนพิเศษ
เช่นโดย DHL,
Federal Express, EMS, OCS
เป็นต้น
และโปรดระวังช่วงเทศกาลวันหยุดของไทยด้วย
โดยเฉพาะวันหยุดที่ติดต่อกันหลายวันทำการ
(เช่น
วันสงกรานต์
ในเดือนเมษายน) (ขั้นตอน) 4-1
ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว
จะมีเวลาประมาณไม่เกิน
90
วันในการแก้ไขเอกสาร
ดังนั้นจึงควรที่จะยื่นเอกสารที่ยังไม่ได้ยื่นพร้อมกับคำขอในช่วงระยะเวลานี้
เช่น
หนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค,
รายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาไทย
เป็นต้น เมื่อพ้นจาก
90 วันไปแล้ว
สามารถขอเลื่อนเวลาส่งเอกสารได้อีก
30 วัน
แต่ต้องยื่นคำขอเลื่อนเวลาก่อนกำหนด
90 วัน
เป็นเวลา 10
วัน (ยกเว้นรายละเอียดการประดิษฐ์ที่เป็นภาษาไทยไม่สามารถเลื่อนเวลาออกไปได้อีก)
4-2
หลังจากสิทธิบัตรได้ตีพิมพ์ในหนังสือประกาศโฆษณาแล้ว
เราจะได้รับการแจ้งให้ทราบหรือไม่ หน่วยงานที่ออกประกาศโฆษณาจะไม่ทำการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบแต่อย่างใด
ดังนั้น
ทางบริษัทจะเป็นผู้คอยติดตามและแจ้งให้กับผู้ยื่นคำขอเอง
พร้อมกับสอบถามด้วยว่า
ต้องการที่จะยื่นคำขอให้ตรวจสอบหรือไม่ 4-3
เมื่อใดที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมให้แก่บริษัท ทางบริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินหลังจากวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร
วันประกาศโฆษณา
และอื่นๆ
หลังจากยื่นเอกสารและมีการแปลเอกสารเป็นภาษาไทยแล้ว
ซึ่งใช้เวลาประมาณ
3 เดือน
ทางบริษัทจะส่งสำเนาของเอกสารเหล่านี้ให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตร ระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารขึ้นอยู่กับสาขาของการประดิษฐ์
โดยเฉพาะสาขาเครื่องจักรกล
กายภาพ หรือชีวภาพจะใช้เวลามากในการตรวจสอบ
และอย่างเร็วที่สุดคือภายใน
6
เดือนหลังจากยื่นคำขอรับสิทธิบัตร
หลังจากนั้น
ทางบริษัทจะเรียกเก็บค่าประกาศโฆษณาสิทธิบัตรในกรณีที่มีการแก้ไข
หลังจากชำระค่าประกาศโฆษณาแล้ว
จะมีการประกาศโฆษณาสิทธิบัตรภายใน
3 เดือน
และระยะเวลาของการยื่นคำคัดค้านจะเริ่มนับจากวันประกาศโฆษณานี้ไปอีก
90 วัน
พร้อมทั้งเป็นการเริ่มระยะเวลาของการยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรไปอีก
5 ปี 4-5
การยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรคืออะไร ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี
2542 มาตรา 29
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นไปตามมาตรา
5
หรือไม่ภายใน
5 ปี
นับแต่วันประกาศโฆษณา
ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำขอตรวจสอบการประดิษฐ์ภายใน
5 ปี
ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตรนั้น
และไม่สามารถยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ในเวลาเดียวกับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อรัฐบาลไทยภายใน
90 วัน
หลังจากรับทราบผลจากประเทศนั้นๆ
ซึ่งระยะเวลา90
วันนี้
มิใช่ระยะเวลาที่เป็นทางการ
แต่ทางบริษัทแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแจ้งต่อรัฐบาลให้เร็วที่สุด 4-7
ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร
จะต้องกระทำดังนี้
ผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรญี่ปุ่นจะต้องยื่น
“การประกาศโฆษณาของสิทธิบัตรที่จดทะเบียน”
(a publication of patent registration) ส่วนผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกานั้น
จะต้องยื่น
“การประกาศโฆษณาสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา”
(a United States Patent Publication)
โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่จำเป็นต้องเตรียมใบรับรองเอกสารดังกล่าว
แต่ถ้ายังไม่ได้รับผลการตรวจสอบสิทธิบัตรจากต่างประเทศ
เราก็สามารถยื่นคำขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยแจ้งให้สำนักงานสิทธิบัตรออสเตรเลียทำการตรวรจสอบให้
ซึ่งต้องเสียค่าตรวจสอบเป็นจำนวนเงินประมาณ
20,000บาท
แต่ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
และใช้เวลาหลายเดือนในการที่จะได้รับผลการตรวจสอบ
ซึ่งขั้นตอนนี้จะจัดทำโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย
หรือจะให้หน่วยงานต่างๆ
ของไทยที่มีศักยภาพในการตรวจสอบ
ซึ่งมีรายชื่อตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา 4-8
หลังจากยื่นคำขอให้ตรวจสอบแล้ว
จะต้องใช้ระยะเวลาอีกเท่าใดในการจดทะเบียนสิทธิบัตร จากการยื่นคำขอรับการจดทะเบียนสิทธิบัตรที่ผ่านมาของบริษัท พบว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งมากกว่าที่รัฐบาล# |