S&I INTERNATIONAL BANGKOK OFFICE

 


การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย

                                                 English version


 

การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย
การขอรับสิทธิบัตร
การขอรับอนุสิทธิบัตร
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การขอลิขสิทธิ์

คำแนะนำในการขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย  

(สิทธิบัตร)

1-1 อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของสิทธิบัตรการประดิษฐ์

1-2 สิ่งประดิษฐ์ที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตรไม่ให้ความคุ้มครอง

(สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

2-1 ประเทศใดที่เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

2-2 สนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก

 

(การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร)

3-1 เอกสารใดที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเพื่อขอรับสิทธิบัตร

3-2 ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

3-3 ถ้าผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรมีหนังสือมอบอำนาจเรียบร้อยแล้วจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเตรียมเอกสารอีก 1 ชุดสำหรับการยื่นคำขอครั้งต่อไป

3-4 ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสามารถยื่นรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาอื่นได้หรือไม่

3-5 ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรไม่ขอข้อถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ และยังมิได้เตรียมรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาไทย ผู้ขอจดทะเบียนจะมีระยะเวลาเท่าไรเพื่อทำการแปลเอกสาร และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่าไร

3-6 เนื่องจากหนังสือมอบอำนาจจำเป็นต้องได้รับการรับรองโดยโนตารีพับลิค ดังนั้นในการทำหนังสือสัญญาโอน เราจำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับหนังสือมอบอำนาจหรือไม่

3-7 จำเป็นที่จะต้องทำหนังสือมอบอำนาจทุกครั้งหรือไม่

3-8 ข้อควรระวังเกี่ยวกับลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจและหนังสือสัญญาโอน

3-9 จำเป็นหรือไม่ที่ตัวแทนของบริษัทหรือองค์กรต้องไปที่สำนักงานโนตารี

3-10 เวลาที่เหมาะสมในการส่งเอกสารคำขอให้แก่บริษัท

 

(ขั้นตอน)

4-1 ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ

4-2 หลังจากสิทธิบัตรได้ตีพิมพ์ในหนังสือประกาศโฆษณาแล้ว เราจะได้รับการแจ้งให้ทราบหรือไม่

4-3 เมื่อใดที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมให้แก่บริษัท

4-4 จะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการตรวจสอบเอกสาร และการลงประกาศในหนังสือประกาศโฆษณา และต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการประกาศโฆษณาด้วยหรือไม่

4-5 การยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรคืออะไร

4-6 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เช่นเดียวกันไว้ในต่างประเทศ และถ้าได้รับผลการตรวจสอบสิทธิบัตรก่อนผลในประเทศ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อรัฐบาลไทยหรือไม่

4-7 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร

4-8 หลังจากยื่นคำขอให้ตรวจสอบแล้ว จะต้องใช้ระยะเวลาอีกเท่าใดในการจดทะเบียนสิทธิบัตร

 

(สิทธิของสิทธิบัตร)

5-1สิทธิบัตรมีระยะความคุ้มครองกี่ปี

5-2 ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถต่ออายุสิทธิบัตรได้หรือไม่

5-3 เราจะศึกษาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสิทธิบัตรของไทยได้อย่างไร

5-4 ติดต่อบริษัท

 

(สิทธิบัตร)

1-1อะไรคือคุณสมบัติที่สำคัญของสิทธิบัตรการประดิษฐ์

ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี 2542 มาตรา 5  การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะ 3 ประการ ดังนี้

  1. เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
  2. เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และ
  3. เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม

สิทธิบัตรต่อไปนี้ถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนแล้วตามมาตรา 6 ซึ่งไม่ถือว่าการประดิษฐ์ใหม่

  1. การประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่ในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
  2. การประดิษฐ์ที่มีการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร และไม่ว่าการเปิดเผยนั้นจะกระทำโดยเอกสาร สิ่งพิมพ์ การนำออกแสดงหรือการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยประการใดๆ
  3. การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตร หรือนุสิทธิบัตรแล้ว ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร ถือว่าเป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว
  4. การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วนอกราชอาณาจักรเป็นเวลาเกิน 18 เดือนก่อนวันขอรับสิทธิบัตร แต่ยังมิได้มีการออกสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร
  5. การประดิษฐ์ที่มีการขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร และได้ประกาศโฆษณาแล้วก่อนวันยื่นขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร

 

1-2สิ่งประดิษฐ์ที่พระราชบัญญัติสิทธิบัตรไม่ให้ความคุ้มครอง

พระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี 2542  มาตรา 9 บัญญัติว่าการประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

  1. จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช
  2. กฎเกณฑ์ และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  3. ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
  4. วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์
  5. การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน

กลับไปสารบัญ

(สิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

2-1 ประเทศใดที่เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

เราสามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ในประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก (WTO) และจะต้องขอถือสิทธินี้ภายใน 12 เดือนนับแต่วันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ และในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศในระบบ PCT (สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร) ก็สามารถขอถือสิทธิสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้เช่นกัน

2-2 สนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก

ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ WTO (องค์กรการค้าโลก) แต่ยังมิได้เข้าร่วมความคุ้มครองภายใต้อนุสัญญากรุงปารีส,  Hague Agreement และ Locarno Agreement

กลับไปสารบัญ

(การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร)

3-1 เอกสารใดที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเพื่อขอรับสิทธิบัตร

ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  1. รายละเอียดการประดิษฐ์ (รายละเอียดการประดิษฐ์สามารถยื่นเป็นภาษาอื่นได้สำหรับคำขอที่มีการขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ) แต่จะต้องส่งเอกสารที่แปลเป็นภาษาไทยภายใน 90 วันจากวันยื่นขอรับสิทธิบัตร นอกจากนี้ แต่ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องส่งเอกสารที่เป็นภาษาไทยในวันยื่นขอรับสิทธิบัตร
  2. หนังสือการมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค (ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย กรุณาดูข้อ3-2)
  3. หนังสือสัญญาโอน (ต้องการในกรณีที่มีการโอนสิทธิ ถ้ายื่นเป็นภาษาอังกฤษ ต้องส่งคำแปลภาษาไทยด้วย)
  4. ใบรับรองขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศก่อนหน้า (จำเป็นในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)
  5. คำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร (ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอและนักประดิษฐ์เป็นคนคนเดียวกัน และถ้ายื่นเป็นภาษาอังกฤษ จะต้องส่งคำแปลภาษาไทยด้วย)

ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่สามารถยื่นเอกสารในข้อ (2), (3) และ (5) ได้ภายในวันยื่นขอรับสิทธิบัตร ก็จะสามารถส่งเอกสารดังกล่าวได้ภายใน 90 วัน นับจากวันยื่นคำขอโดยทำเป็นหนังสือของผ่อนผัน

ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ จะต้องยื่นเอกสารในข้อ (4) ภายใน16 เดือนนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ ซึ่งขอแนะนำว่าให้กระทำทันที

3-2 ทำไมจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นชาวต่างชาติ ผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องมีตัวแทนในประเทศไทย โดยยื่นหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค ในกรณีที่ไม่มีโนตารีพับลิคในประเทศนั้น ให้รับรองโดยสถานทูตไทย/สถานกงสุล ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรมีอำนาจในการยื่นขอจดทะเบียนในประเทศไทย นอกจากนั้น หากผู้ขอรับสิทธิบัตรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนสิทธิบัตร ตัวแทนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานสิทธิบัตรไทยเท่านั้น

3-3 ถ้าผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรมีหนังสือมอบอำนาจเรียบร้อยแล้ว จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเตรียมเอกสารชุดใหม่                                    สำหรับการยื่นคำขอครั้งต่อไป

ไม่ต้อง บริษัทฯ จะเตรียมเอกสารสำหรับครั้งหน้าให้เอง

3-4 ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสามารถยื่นรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาอื่นได้หรือไม่

ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ ก็สามารถยื่นเป็นภาษาต่างประเทศได้ และจำเป็นต้องมีชื่อการประดิษฐ์เป็นภาษาอังกฤษ

3-5 ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรไม่ขอข้อถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ และยังมิได้เตรียมรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาไทย ผู้ขอจดทะเบียนจะมีระยะเวลาเท่าไรเพื่อทำการแปลเอกสาร และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่าไร

ขึ้นอยู่กับภาษาต่างประเทศนั้นๆ และลักษณะของการประดิษฐ์ ดังนั้นถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องการแปลเอกสารจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย กรุณาติดต่อทางบริษัท

3-6 เนื่องจากหนังสือมอบอำนาจจำเป็นต้องได้รับการรับรองโดยโนตารีพับลิค ดังนั้นในการทำหนังสือสัญญาโอน เราจำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับหนังสือมอบอำนาจหรือไม่

ไม่ต้องมีการรับรองดังกล่าวสำหรับหนังสือสัญญาโอน

3-7 จำเป็นที่จะต้องมีการทำหนังสือมอบอำนาจทุกครั้งหรือไม่

ไม่ต้อง เพราะสามารถยื่นหนังสือมอบอำนาจที่ทำขึ้นเพื่อกรณีทั่วไปได้

3-8 ข้อควรระวังเกี่ยวกับลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจและหนังสือสัญญาโอน

จะต้องเป็นลายเซ็นเดียวกันทั้งในหนังสือมอบอำนาจ และหนังสือสัญญาโอน แต่ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอใช้หนังสือมอบอำนาจสำหรับกรณีทั่วไป ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลายเซ็นเดียวกัน

3-9 จำเป็นหรือไม่ที่ตัวแทนของบริษัทหรือองค์กรต้องไปที่สำนักงานโนตารี

ไม่จำเป็นขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ ในบางกรณีผู้ที่รับผิดชอบ หรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกสามารถไปที่สำนักงานโนตารีได้

3-10 เวลาที่เหมาะสมในการส่งเอกสารคำขอให้แก่บริษัท

ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ ก็จะสามารถส่งเอกสารทางแฟกซ์ได้จนกระทั้งถึงวันสุดท้ายของการขอถือสิทธิดังกล่าว แต่ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ข้อถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ ต้องจะต้องใช้เวลาแปลเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นภาษาไทยประมาณ 4-5 สัปดาห์

ซึ่งขอแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรส่งเอกสารโดยใช้บริการแบบด่วนพิเศษ เช่นโดย DHL, Federal Express, EMS, OCS เป็นต้น และโปรดระวังช่วงเทศกาลวันหยุดของไทยด้วย โดยเฉพาะวันหยุดที่ติดต่อกันหลายวันทำการ (เช่น วันสงกรานต์ ในเดือนเมษายน)

กลับไปสารบัญ

(ขั้นตอน)

4-1 ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ

หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว จะมีเวลาประมาณไม่เกิน 90 วันในการแก้ไขเอกสาร ดังนั้นจึงควรที่จะยื่นเอกสารที่ยังไม่ได้ยื่นพร้อมกับคำขอในช่วงระยะเวลานี้ เช่น หนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค, รายละเอียดการประดิษฐ์เป็นภาษาไทย เป็นต้น

เมื่อพ้นจาก 90 วันไปแล้ว สามารถขอเลื่อนเวลาส่งเอกสารได้อีก 30 วัน แต่ต้องยื่นคำขอเลื่อนเวลาก่อนกำหนด 90 วัน เป็นเวลา 10 วัน (ยกเว้นรายละเอียดการประดิษฐ์ที่เป็นภาษาไทยไม่สามารถเลื่อนเวลาออกไปได้อีก)

4-2 หลังจากสิทธิบัตรได้ตีพิมพ์ในหนังสือประกาศโฆษณาแล้ว เราจะได้รับการแจ้งให้ทราบหรือไม่

หน่วยงานที่ออกประกาศโฆษณาจะไม่ทำการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบแต่อย่างใด ดังนั้น ทางบริษัทจะเป็นผู้คอยติดตามและแจ้งให้กับผู้ยื่นคำขอเอง พร้อมกับสอบถามด้วยว่า ต้องการที่จะยื่นคำขอให้ตรวจสอบหรือไม่

4-3 เมื่อใดที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมให้แก่บริษัท

ทางบริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินหลังจากวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร วันประกาศโฆษณา และอื่นๆ หลังจากยื่นเอกสารและมีการแปลเอกสารเป็นภาษาไทยแล้ว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ทางบริษัทจะส่งสำเนาของเอกสารเหล่านี้ให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตร

4-4 จะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการตรวจสอบเอกสาร และการลงประกาศในหนังสือประกาศโฆษณา และต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการประกาศโฆษณาด้วยหรือไม่

ระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารขึ้นอยู่กับสาขาของการประดิษฐ์ โดยเฉพาะสาขาเครื่องจักรกล กายภาพ หรือชีวภาพจะใช้เวลามากในการตรวจสอบ และอย่างเร็วที่สุดคือภายใน 6 เดือนหลังจากยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หลังจากนั้น ทางบริษัทจะเรียกเก็บค่าประกาศโฆษณาสิทธิบัตรในกรณีที่มีการแก้ไข หลังจากชำระค่าประกาศโฆษณาแล้ว จะมีการประกาศโฆษณาสิทธิบัตรภายใน 3 เดือน และระยะเวลาของการยื่นคำคัดค้านจะเริ่มนับจากวันประกาศโฆษณานี้ไปอีก 90 วัน พร้อมทั้งเป็นการเริ่มระยะเวลาของการยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรไปอีก 5 ปี

4-5 การยื่นคำขอให้ตรวจสอบสิทธิบัตรคืออะไร

ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรปี 2542 มาตรา 29 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นไปตามมาตรา 5 หรือไม่ภายใน 5 ปี นับแต่วันประกาศโฆษณา ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำขอตรวจสอบการประดิษฐ์ภายใน 5 ปี ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตรนั้น และไม่สามารถยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ในเวลาเดียวกับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร

4-6 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เช่นเดียวกันไว้ในต่างประเทศ และถ้าได้รับผลการตรวจสอบสิทธิบัตรก่อนผลในประเทศ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อรัฐบาลไทยหรือไม่

ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องแจ้งผลการตรวจสอบนี้ต่อรัฐบาลไทยภายใน 90 วัน หลังจากรับทราบผลจากประเทศนั้นๆ  ซึ่งระยะเวลา90 วันนี้ มิใช่ระยะเวลาที่เป็นทางการ แต่ทางบริษัทแนะนำให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแจ้งต่อรัฐบาลให้เร็วที่สุด

4-7 ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะแจ้งผลการตรวจสอบของต่างประเทศได้อย่างไร

จะต้องกระทำดังนี้ ผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรญี่ปุ่นจะต้องยื่น การประกาศโฆษณาของสิทธิบัตรที่จดทะเบียน (a publication of patent registration) ส่วนผลการตรวจสอบของสำนักสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกานั้น จะต้องยื่น การประกาศโฆษณาสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา (a United States Patent Publication) โดยผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่จำเป็นต้องเตรียมใบรับรองเอกสารดังกล่าว แต่ถ้ายังไม่ได้รับผลการตรวจสอบสิทธิบัตรจากต่างประเทศ เราก็สามารถยื่นคำขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยแจ้งให้สำนักงานสิทธิบัตรออสเตรเลียทำการตรวรจสอบให้ ซึ่งต้องเสียค่าตรวจสอบเป็นจำนวนเงินประมาณ 20,000บาท แต่ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน และใช้เวลาหลายเดือนในการที่จะได้รับผลการตรวจสอบ ซึ่งขั้นตอนนี้จะจัดทำโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย หรือจะให้หน่วยงานต่างๆ ของไทยที่มีศักยภาพในการตรวจสอบ ซึ่งมีรายชื่อตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา

4-8 หลังจากยื่นคำขอให้ตรวจสอบแล้ว จะต้องใช้ระยะเวลาอีกเท่าใดในการจดทะเบียนสิทธิบัตร

จากการยื่นคำขอรับการจดทะเบียนสิทธิบัตรที่ผ่านมาของบริษัท พบว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งมากกว่าที่รัฐบาล#