S&I INTERNATIONAL BANGKOK OFFICE

 


การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย

                                                 English version


 

การขอรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย
การขอรับสิทธิบัตร
การขอรับอนุสิทธิบัตร
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การขอลิขสิทธิ์

 

คำแนะนำในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย

 

(ก่อนการยื่นขอจดทะเบียน)

1-1 ผู้ขอจดทะเบียน จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

1-2 ถ้าผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเป็นต้องใช้เอกสารใดบ้าง

1-3 ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

1-4 จะต้องเตรียมรูปตัวอย่างของเครื่องหมายการค้าจำนวนกี่รูป และใช้ขนาดเท่าไร

1-5 การแบ่งจำพวกสินค้าและบริการในประเทศไทยนั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไร

1-6 คำขอหนึ่งฉบับ ผู้ขอจดทะเบียนสามารถยื่นขอจดทะเบียนมากกว่าหนึ่งจำพวกได้หรือไม่

1-7 ในกรณีที่เราต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสินค้าทุกรายการในจำพวกสินค้า เราสามารถขอจดรวมทุกรายการของจำพวกสินค้านั้นได้หรือไม่

1-8 ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอจดทะเบียนมีอะไรบ้าง

1-9 ผู้ขอจดทะเบียนสามารถขอจดเครื่องหมายการค้าที่เป็นสิได้หรือไม่

1-10 ตัวอย่างของเครื่องหมายประดิษฐ์ (Stylized Mark)

 

(การขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

2-1การขอสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง (เช่น ระยะเวลา เอกสารที่ใช้ เป็นต้น)

2-2 ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

2-3 ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใดบ้าง

 

(เครื่องหมายการค้า)

3-1 อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่สามารถรับจดทะเบียนได

3-2 ยังมีเครื่องหมายประเภทใดอีกที่สามารถขอรับความคุ้มครองได้ นอกจากเครื่องหมายการค้า

3-3ถ้านายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้สั่งให้เครื่องหมายขอผู้ขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุด (Associated Mark) จะหมายความว่าอย่าไร

3-4 ผู้ขอจดทะเบียนจะแสดงให้เห็นถึงการใช้มาก่อนของเครื่องหมายการค้านั้น หรือความมีชื่อเสียงอยู่แล้วของเครื่องหมาย เพื่อโต้แย้งคำปฏิเสธของนายทะเบียนโดยการใช้เอกสารอะไรบ้าง

3-5เราสามารถขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบสามมิติได้หรือไม่

 

(ขั้นตอนการจดทะเบียน)

4-1 ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ

4-2  ผู้ขอจดทะเบียนที่ได้รับคำสั่งให้ทำการแก้ไข จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

4-3  ผู้ขอจดทะเบียนที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

4-4  คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง

4-5 หลังจากยื่นคำอุทธรณ์แล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

4-6 เมื่อไรที่ผู้ขอจดทะเบียนสามารถยื่นคำคัดค้านได้ และการอุทธรณ์ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นพิเศษหรือไม่

4-7 หลังจากได้รับคำสั่งให้จดทะเบียนแล้ว จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

4-8 ถ้าเราคิดเห็นว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจดทะเบียนคนใดก็ตาม ไม่สามารถรับการจดทะเบียนได้ เราควรทำอย่างไร

4-9 ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าต้องการอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถใช้เครื่องหมายการค้าของตนได้ จะต้องทำอย่างไรบ้าง

4-10 การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้ระยะเวลาเท่าไร

(สิทธิของเครื่องหมายการค้า)

5-1 เครื่องหมายการค้ามีระยะความคุ้มครองกี่ปี

5-2 ในการต่ออายุของเครื่องหมายการค้า จะต้องทำอย่างไรบ้าง

 

 (ก่อนการยื่นขอจดทะเบียน)

1-1 ผู้ขอจดทะเบียน จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้

1. ชื่อของผู้ขอจดทะเบียน, สัญชาติ, ที่อยู่ และอาชีพ

2. หนังสือมอบอำนาจรับรองโดยโนตารีพับลิค

3. ตัวอย่างเครื่องหมายการค้า

4.  รายละเอียดของสินค้าและบริการ

5. หนังสือสัญญาโอน (ถ้ามี)

6. เอกสารสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ (ถ้ามี)

7. หลักฐานการใช้เครื่องหมายการค้ามาก่อน (ถ้ามี)  

1-2 ถ้าผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเป็นต้องใช้เอกสารใดบ้าง

หนังสือรับรองโนตารีหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทที่ได้รับการรับรองโดยโนตารีพับลิค หรือสำนักงานสถานทูตไทย ที่ปรึกษาทางการค้า คณะกรรมการทางการค้า หรือสถานกงศุล ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศทั้งนี้เพื่อรับรองการมีอยู่จริงของบริษัท   

1-3 ทำไมจึงต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ผู้ขอจดทะเบียนต้องมีตัวแทนในประเทศไทย โดยมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค หรือรับรองโดยสำนักงานสถานทูตไทย ที่ปรึกษาทางการค้า คณะกรรมการทางการค้า หรือสถานกงศุลของประเทศนั้นๆ เพื่อรับรองลายเซ็นของผู้มอบอำนาจ  

1-4 จะต้องเตรียมรูปตัวอย่างของเครื่องหมายการค้าจำนวนกี่รูป และใช้ขนาดเท่าไร

ผู้ยื่นคำขอต้องเตรียมตัวอย่างของเครื่องหมายการค้าจำนวน 13 รูป ขนาด 5x5 เซนติเมตร ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้จัดเตรียมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  แต่ถ้าขนาดของเครื่องหมายใหญ่เกินกว่าที่กำหนด ผู้ยื่นคำขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นให้กับทางราชการ  

1-5 การแบ่งจำพวกสินค้าและบริการในประเทศไทยนั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไร

ในประเทศไทยจะใช้ตามหลักเกณฑ์การจำแนกจำพวกสินค้าของความตกลงนีซ (International Classification of Nice) แต่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียดต่างๆ ดังนั้นผู้ที่จะยื่นคำขอ ควรสอบถามกับทางบริษัทในเรื่องนี้ก่อน  

1-6  คำขอหนึ่งฉบับ ผู้ขอจดทะเบียนสามารถยื่นขอจดทะเบียนมากกว่าหนึ่งจำพวกได้หรือไม่

    ไม่ได้ คำขอ 1 คำขอใช้สำหรับการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 1 จำพวกเท่านั้น  

1-7 ในกรณีที่เราต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสินค้าทุกรายการในจำพวกสินค้า เราสามารถขอจดรวมทุกรายการของจำพวกสินค้านั้นได้หรือไม่

ไม่ได้ รายการของสินค้าควรจะระบุอย่างชัดแจ้ง เพราะว่าทางรัฐบาลจะคำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนของสินค้า

 

1-8 ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอจดทะเบียนมีอะไรบ้าง

ขึ้นอยู่กับจำนวนของจำพวกสินค้า หรือบริการ และจำนวนของสินค้าด้วย  

1-9 ผู้ขอจดทะเบียนสามารถขอจดเครื่องหมายการค้าที่เป็นสีได้หรือไม่

สามารถทำได้ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนระบุสี สิทธิในเครื่องหมายการค้าจะจำกัดความคุ้มครองเฉพาะสีนั้นเท่านั้น แต่ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ได้ระบุสี หมายความว่าผู้ขอจดทะเบียนจะได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้าสำหรับสีทั้งหมด  

1-10 ตัวอย่างของเครื่องหมายประดิษฐ์ (Stylized Mark)

     

กลับไปสารบัญ

 

(การขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศ)

2-1การขอสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง (เช่น ระยะเวลา เอกสารที่ใช้ เป็นต้น)

ผู้ขอถือสิทธิจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

1. การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยภายใน 6 เดือน นับจากวันแรกที่ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ

2. ประเทศที่ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้นั้นจะต้องเป็นประเทศที่เป็นสมาชิกของอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก  

2-2 ผู้ที่สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้

         ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้สามารถขอถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้:

1. เป็นผู้ถือสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย

2. อยู่ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงนานาชาติที่ให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

3. เป็นคนชาติของประเทศที่ให้สิทธิเช่นเดียวกันแก่ผู้มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไทย

4. มีภูมิลำเนา หรือมีการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมหรือการค้าอยู่ในประเทศไทย หรือ ในประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในข้อตกลงนานาชาติที่ให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

หลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ผู้ขอจดทะเบียนที่อยู่ในประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกสามารถถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้ และประเทศที่มีสนธิสัญญาสองฝ่ายกับประเทศไทยก็สามารถถือสิทธิย้อนหลังนับจากวันยื่นคำขอครั้งแรกในต่างประเทศได้เช่นกัน  

2-3 ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใดบ้าง

          ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ องค์การการค้าโลก (World Trade Organization),  ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (TRIPs Agreement) และอนุสัญญากรุงเบอร์นเพื่อการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญากรุงปารีสเพื่อการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม, สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร และความตกลงกรุงแมดริด

กลับไปสารบัญ

 

(เครื่องหมายการค้า)

3-1 อะไรคือคุณสมบัติสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่สามารถรับจดทะเบียนได้

                เครื่องหมายการค้าที่สามารถรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้     

1.เครื่องหมายการค้านั้นจะต้องมีความแตกต่างและมีลักษณะเฉพาะ เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

2.เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้

3.ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว

ลักษณะดังกล่าวข้างต้นยังนำมาใช้กับเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วมอีกด้วย  

3-2 ยังมีเครื่องหมายประเภทใดอีกที่สามารถขอรับความคุ้มครองได้ นอกจากเครื่องหมายการค้า

         เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายร่วม และเครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายเหล่านี้ได้รับความคุ้มครองโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2543 (มาตรา14) 

 

3-3 ้านายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้สั่งให้เครื่องหมายของผู้ขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุด (Associated mark) จะหมายความว่าอย่างไร

เครื่องหมายชุด (Associated Mark) มีลักษณะดังนี้

1.เครื่องหมายการค้าของเจ้าของเดียวกัน ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วกับสินค้าต่างจำพวกกันแต่มีลักษณะเหมือนกันหรือคล้ายกัน

2. เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะเหมือนกันหรือคล้ายกัน ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วกับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกัน แต่มีลักษณะเหมือนกันหรือคล้ายกันนอกจากนั้น การโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายชุดจะต้องโอนหรือรับมรดกสิทธิไปทั้งชุด เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด ในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือบริการ  

3-4 ผู้ขอจดทะเบียนจะแสดงให้เห็นถึงการใช้มาก่อนของเครื่องหมายการค้านั้น หรือความมีชื่อเสียงอยู่แล้วของเครื่องหมาย เพื่อโต้แย้งคำสั่งปฏิเสธของนายทะเบียนโดยการใช้เอกสารอะไรบ้าง

เครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง คือเครื่องหมายการค้าที่มีการใช้มาแล้วอย่างแพร่หลาย ดังนั้น เอกสารเพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้เครื่องหมายมาก่อนหรือความมีชื่อเสียงของเครื่องหมาย จึงได้แก่ สำเนาหนังสือสำคัญการจดทะเบียนเครื่องหมายการในต่างประเทศทั่วโลก แผ่นพับ ตัวอย่างของสินค้า ใบเสร็จ โฆษณา หนังสือรับรองจากลูกค้า ยอดการขาย ส่วนแบ่งในตลาดทั้งในและนอกประเทศไทย และอื่นๆ

 

3-5 เราสามารถขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบสามมิติได้หรือไม่

       ได้ เครื่องหมายแบบ 3 มิติสามารถจดทะเบียนได้โดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2543

กลับไปสารบัญ

 

(ขั้นตอนการจดทะเบียน)

4-1ขั้นตอนหลังการยื่นเอกสารคำขอ

           หลังจากการยื่นคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนจะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและคุณสมบัติของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียน และนายทะเบียนจะออกคำสั่งต่างๆ เช่น คำสั่งให้แก้ไข คำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเป็นเครื่องหมายชุด คำสั่งไม่รับจดทะเบียน หลังจากนั้น เครื่องหมายการค้าจะได้รับการประกาศโฆษณาในหนังสือประกาศโฆษณา และถ้าไม่มีการคัดค้านภายใน 90 วัน นายทะเบียนจะทำการออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ และทางบริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบตามลำดับ  

4-2 ผู้ขอจดทะเบียนที่ได้รับคำสั่งให้ทำการแก้ไข จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

                ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง หรือสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้น และถ้าเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน  

4-3 ผู้ขอจดทะเบียนที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

                ผู้ขอจดทะเบียนที่ได้รับคำสั่งปฏิเสธ สามารยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่ง ไม่เช่นนั้นจะถือว่าต้องการละทิ้งคำขอจดทะเบียน  

4-4 คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง

                คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ประกอบด้วยอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน อัยการสูงสุดหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายหรือการพาณิชย์   และมีประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องหมายการค้าไม่น้อยแปดคน แต่ไม่เกินสิบสองคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้

(2) พิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายร่วม หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการตามพระราชบัญญัตินี้

(3) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงหรือประกาศตาม   พระราชบัญญัตินี้

(4) พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย


4-5 หลังจากยื่นคำอุทธรณ์แล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร

           คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจะทำคำวินิจฉัยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าที่พิพ$