ไทย
มาเลเซีย
  เวียดนาม
   
  ไทย
  มาเลเซีย
  เวียดนาม
 
ความเป็นมาของบริษัท
กิจกรรมและผลงานของบริษัท
บริษัทที่ร่วมงานในแถบเอเซีย
ธนาคารคู่สัญญา
รายชื่อลูกค้าหลัก
กลุ่มสมาชิก
พนักงานของเรา
 
 
เข้าสู่ระบบ (สำหรับสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้    
รหัสผ่าน
 
English    |     Thai    |     Japanese     
 
        มาเลเซีย
   สิทธิบัตรการประดิษฐ์  
   สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
   ลิขสิทธิ์
สิทธิบัตรการประดิษฐ์


1. ข้อมูลพื้นฐาน
     1. กฎหมายที่ให้ความคุ้มครอง

          1.1 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2526 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติ สิทธิบัตร (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. 2529 ทั้งสองฉบับมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งเป็นวันที่มีผลใช้บังคับกับข้อบังคับว่าด้วยสิทธิบัตร พ.ศ. 2529
          1.2 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. 2536 และข้อบังคับว่าด้วยสิทธิบัตร (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. 2538 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2544
          1.3 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. 2543 และข้อบังคับว่าด้วยสิทธิบัตร (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. 2544 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2544

     2. อนุสัญญาระหว่างประเทศ
          2.1 ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า รวมทั้ง การค้า
                สินค้าปลอม (พ.ศ. 2537) Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights, Including Trade in Counterfeit Goods
          2.2 อนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ฉบับแก้ไขที่กรุงสต๊อกโฮม
          2.3 อนุสัญญาจัดตั้งองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (Convention Establishing the World Intellectual Property Organization)

     3. ระบบการให้ความคุ้มครอง
          ใช้ระบบการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์

     4. สิ่งที่ได้รับความคุ้มครอง/ นิยาม
          การประดิษฐ์ที่สามารถขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายสิทธิบัตรได้ อาจจะเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี

           การประดิษฐ์ หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประดิษฐ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีได้

           กรรมวิธี หมายถึง หลักการหรือวิธีการ

           ผลิตภัณฑ์ หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่สามารถจับต้องได้และรวมถึงอุปกรณ์ วัตถุ เครืองมือ เครื่องประกอบ หัตถกรรม เครื่องใช้ไม้สอย เครื่องจักร สาร และส่วนประกอบ
การปรับปรุงกรรมวิธีหรือผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น หมายถึง การปรับปรุงให้ดีขึ้น การแก้ไขดัดแปลงหรือการเพิ่มหรือเสริมที่ถูกใช้กับกรรมวิธี หรือผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว

     การประดิษฐ์ที่จะได้รับความคุ้มครองจะต้องครบองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
           1 จะต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
           2. จะต้องเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
           3. จะต้องเป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม

     5. ข้อยกเว้นของสิ่งที่ได้รับความคุ้มครอง
           สิ่งต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการประดิษฐ์
           5.1 การค้นพบ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และวิธีทางคณิตศาสตร์

           5.2 พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือกระบวนการทางชีววิทยาที่จำเป็นต่อการสร้างพืชหรือสัตว์ ยกเว้น จุลชีพที่มีชีวิตซึ่งมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น กระบวนการทางจุลชีววิทยา และผลผลิตของกระบวนการของจุลชีพ ดังกล่าว

           5.3 แบบแผน กฎเกณฑ์ หรือวิธีการดำเนินธุรกิจ การแสดงที่กระทำทางจิต หรือการเล่นเกมส์

           5.4 วิธีการเพื่อการรักษามนุษย์หรือสัตว์โดยการศัลยกรรม หรือบำบัดรักษาโรค และวิธีการวินิจฉัยโรคที่ใช้กับมนุษย์หรือสัตว์ (อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับวิธีการดังกล่าวอาจขอรับสิทธิบัตรได้)

           5.5 การกระทำที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ใด ๆ ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

     6. สิทธิของผู้ทรงสิทธิ
           ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้ประโยชน์จากการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตร โดยมีสิทธิหวงกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตในระหว่างอายุของสิทธิบัตร

           การใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตร ได้แก่ การผลิต นำเข้า เสนอขาย ขายหรือใช้ผลิตภัณฑ์ หรือเก็บผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเสนอขาย ขาย หรือใช้

           การใช้ประโยชน์จากกรรมวิธีที่ได้รับสิทธิบัตร ประกอบด้วย การใช้กรรมวิธี หรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตร ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้มาโดยตรงจากวิถีทางของกรรมวิธีที่ได้รับ สิทธิบัตร

           ถ้าสิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนเกี่ยวกับกรรมวิธี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันที่ผลิตโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ทรงสิทธิบัตร หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ จะถูกพิจารณาว่าได้ใช้กระบวนการที่ได้มาโดยกรรมวิธีที่ได้รับสิทธิบัตร เว้นแต่จะได้พิสูจน์เป็นอย่างอื่น

           นอกจากนี้ ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์มีสิทธิที่จะโอนหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิในสิทธิบัตรไม่ว่าจะทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้

     7. ข้อยกเว้นสิทธิของผู้ทรงสิทธิ
           7.1 การกระทำใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์
           7.2 การใช้หรือผลิตเกี่ยวกับการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตร หรือเตรียมการอย่างจริงจังเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์หรือใช้กรรมวิธีโดยสุจริต ก่อนวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในครั้งแรก
           7.3 การนำเข้าซ้อน
           7.4 การใช้การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรกับเรือ เครื่องบิน ยานอวกาศ (spacecraft) หรือพาหนะทางบกของต่างประเทศขณะที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย
           7.5 การกระทำใด ๆ เพื่อผลิต ใช้ เสนอขาย หรือขายการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรเฉพาะเพื่อการใช้ตามสมควรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา และยื่นข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้กำหนดหรือวางระเบียบการผลิต ใช้ หรือขายผลิตภัณฑ์ยา

     8. อายุความคุ้มครอง
           อายุความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะพิจารณาจากวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร กล่าวคือ ถ้าคำขอรับสิทธิบัตรยื่นก่อนวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2544 สิทธิบัตรจะได้รับความคุ้มครองเป็นระยะเวลา 15 ปีนับแต่วันออกสิทธิบัตร สำหรับคำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป สิทธิบัตรจะได้รับความคุ้มครองเป็นระยะเวลา 20 ปีนับแต่วันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร

     9. การต่ออายุการคุ้มครอง
           ไม่มี

     10. การรักษาสิทธิ
             ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อรักษาสิทธิในสิทธิบัตร ค่าธรรมเนียมรายปีจะถึงกำหนดชำระก่อนสิ้นสุดปีที่ 2 ของระยะเวลาสิทธิบัตร โดยเริ่มตั้งแต่วันออกสิทธิบัตร

           อย่างไรก็ตาม เมื่อเกินกำหนดชำระ ผู้ทรงสิทธิบัตรยังคงสามารถชำระค่าธรรมเนียมรายปีได้ ภายในกำหนด 6 เดือน โดยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มด้วย

     11. การเพิกถอนสิทธิ
              บุคคลใดที่เสียหายจากการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ไม่สมบูรณ์ อาจยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรได้ โดยอาศัยมูลเหตุดังต่อไปนี้
              11.1 เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้
              11.2 เป็นการประดิษฐ์ที่ขาดคุณภาพ
              11.3 เป็นการประดิษฐ์ที่ขาดความใหม่
              11.4 เป็นการประดิษฐ์ที่มีมาก่อน
              11.5 เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
              11.6 เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่สามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม
              11.7 รายละเอียดการประดิษฐ์และข้อถือสิทธิไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
              11.8 ไม่มีรูปเขียนประกอบ
              11.9 ผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย
              สิทธิบัตรที่ถูกเพิกถอน จะถือว่าเป็นโมฆะ นับจากวันที่ออกสิทธิบัตร

     12. การโอนสิทธิ
              ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สามารถโอนสิทธิของตนให้บุคคลอื่นได้ เพื่อให้การโอนสิทธิมีผล ผูกพันต่อบุคคลภายนอก สัญญาโอนสิทธิจะต้องบันทึกและจดทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม

     เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนการโอนสิทธิบัตร คือ
              1. หนังสือมอบอำนาจ
              2. หนังสือสัญญาโอนสิทธิ ซึ่งต้องลงลายมือชื่อโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

     13. การอนุญาตให้ใช้สิทธิ
              ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิในสิทธิบัตรของตนได้ แต่เพื่อให้การอนุญาตใช้สิทธิมีผลผูกพันต่อบุคคลภายนอก สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิควรจะต้องบันทึกและจดทะเบียน
              เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คือ
              1. หนังสือมอบอำนาจ
              2. หนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ซึ่งต้องลงลายมือชื่อโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
              นอกจากนี้ กฎหมายสิทธิบัตรยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในสิทธิบัตร โดยกฎหมายบังคับ (Compulsory License) ในกรณีดังนี้

              1. บุคคลใดอาจยื่นคำขออนุญาตใช้สิทธิในสิทธิบัตรโดยกฎหมายบังคับได้เมื่อพ้นกำหนด 3 ปีหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตร หรือ 4 ปีนับแต่วันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงทีหลัง และปรากฎว่าไม่มีการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีที่ได้รับสิทธิบัตรในประเทศมาเลเซีย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศมาเลเซียภายใต้สิทธิบัตรเพื่อการขายในตลาดภายในประเทศ มีการใช้ประโยชน์แต่ผลิตภัณฑ์มีราคาสูง หรือมีการใช้ประโยชน์แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ผู้บริโภค โดยไม่มีเหตุผลอันควร ซึ่งผู้ขออนุญาตใช้สิทธิจะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ขอได้พยายามขออนุญาตใช้สิทธิโดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนอันสมควรแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร
คณะกรรมการสิทธิบัตรจะเป็นผู้กำหนดค่าสิทธิที่จะต้องชำระให้แก่ผู้ทรงสิทธิบัตร

              2. ผู้ทรงสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนภายหลัง (สิทธิบัตรที่สอง) หรือผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรได้ เพราะการใช้ดังกล่าวจะมีผลทำให้เกิดการละเมิดสิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อน (สิทธิบัตรที่หนึ่ง) และการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่สองมีความก้าวหน้าอย่างสำคัญในทางเทคโนโลยี เมื่อเทียบกับการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่หนึ่ง ในกรณีนี้ ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิในสิทธิบัตรที่สองสามารถยื่นขออนุญาตใช้สิทธิโดยกฎหมายบังคับได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิบัตรที่หนึ่ง
นอกจากนี้ ผู้ทรงสิทธิบัตรในสิทธิบัตรที่หนึ่งหรือผู้ได้รับอนุญาตใช้สิทธิ สามารถยื่นขออนุญาตใช้สิทธิโดยกฎหมายบังคับได้เช่นเดียวกัน

2. ขั้นตอนการขอรับความคุ้มครอง
     1. การเตรียมคำขอ
              ผู้ประดิษฐ์ ผู้ประดิษฐ์ร่วมหรือทายาทตามกฎหมาย นายจ้างหรือผู้รับโอน เป็นผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้ ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย จะต้องแต่งตั้งตัวแทนในประเทศมาเลเซีย เพื่อดำเนินการติดต่อกับสำนักจดทะเบียนสิทธิบัตร

              ผู้ที่สนใจสามารถดูตัวอย่างแบบคำขอจดทะเบียนท้ายรายละเอียดนี้

     2. เอกสารที่ใช้ในการขอรับความคุ้มครอง
              ในการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้
              1. คำขอรับสิทธิบัตร
              2. รายละเอียดการประดิษฐ์
              3. ข้อถือสิทธิ (1 ข้อหรือมากกว่า)
              4. รูปเขียน (ถ้าจำเป็น)
              5. บทสรุปการประดิษฐ์
              6. หนังสือมอบอำนาจ ลงลายมือชื่อโดยผู้ขอรับสิทธิบัตร
              7. หนังสือแสดงการได้มาซึ่งสิทธิในการประดิษฐ์จากผู้ประดิษฐ์ (โดยปกติเป็นสัญญาโอนสิทธิ หรือสัญญาจ้างแรงงาน)

              ในการบรรยายรายละเอียดการประดิษฐ์ จะต้องปรากฏชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ สาขาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ ภูมิหลังของศิลปวิทยาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจ การตรวจค้น และการตรวจสอบการประดิษฐ์ และเอกสารอ้างอิง ในการเปิดเผยการประดิษฐ์ จะต้องมีลักษณะที่ชัดแจ้งและสมบูรณ์อย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถประเมินผลและเพื่อให้บุคคลที่มีความชำนาญใน
ศิลปวิทยาการนั้น ๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้ และแสดงผลดีของการประดิษฐ์ที่ได้รับ และต้องมีวิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด การนำการประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรม ในรายละเอียดการประดิษฐ์จะต้องไม่มี
รูปเขียนแสดง

              ในส่วนของข้อถือสิทธิ จะต้องชัดแจ้งและรัดกุม และสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์ ในข้อถือสิทธิจะไม่มีรูปเขียน ในข้อถือสิทธิอาจมีได้ทั้งข้อถือสิทธิหลักและข้อถือสิทธิรอง และไม่จำกัดจำนวนของ ข้อถือสิทธิ

              ในส่วนของรูปเขียน จะมีความจำเป็นเมื่อต้องใช้ทำความเข้าใจการประดิษฐ์

              ในส่วนของบทสรุปการประดิษฐ์ จะต้องมีชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ การสรุปการเปิดเผยโดยระบุสาขาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ ปัญหาในทางเทคโนโลยี จุดสำคัญที่ใช้แก้ไขปัญหาโดยการประดิษฐ์ การใช้การประดิษฐ์ ข้อความในบทสรุปการประดิษฐ์จะไม่เกิน 150 คำ และต้องไม่มีรูปเขียนในบทสรุปการประดิษฐ์
คำขอรับสิทธิบัตรแต่ละคำขอจะเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์อย่างเดียวหรือหลายอย่าง ถ้าการประดิษฐ์หลายอย่างนั้นมีความเกี่ยวพันอันอาจถือได้ว่าเป็นการประดิษฐ์อย่างเดียวกัน

     3. การตรวจสอบคำขอ
              3.1 การตรวจสอบเบื้องต้น
              ภายหลังจากที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร และนายทะเบียนได้บันทึกวันยื่นคำขอแล้ว หากคำขอรับสิทธิบัตรไม่ถูกเพิกถอน นายทะเบียนจะดำเนินการตรวจสอบคำขอในเบื้องต้นว่าคำขอถูกต้องตามหลักเกณฑ์ในข้อบังคับหรือไม่ ถ้าคำขอไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ นายทะเบียนจะให้โอกาสผู้ขอรับสิทธิบัตรในการแก้ไขให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลา และถ้าผู้ขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลา นายทะเบียนอาจจะปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตร

              3.2 การตรวจสอบการประดิษฐ์
              ผู้ขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ภายใน 2 ปีนับแต่วันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศมาเลเซีย
การยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ มี 2 ทางเลือก คือ

              1. การตรวจสอบการประดิษฐ์แบบสมบูรณ์ (Full Examination)
              สำนักสิทธิบัตรจะดำเนินการตรวจค้น และตรวจสอบการประดิษฐ์ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ผลของการตรวจค้น และการตรวจสอบในการประดิษฐ์เดียวกันที่ได้ยื่นในต่างประเทศ สามารถนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบได้ ดังนั้น คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์จะต้องแนบรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอรับสิทธิบัตรที่ได้ยื่นไว้ในประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สำนักสิทธิบัตรยุโรป และภายใต้ระบบ PCT (Patent Cooperation Treaty) เลขที่สิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนในประเทศดังกล่าว และรายงานผลการตรวจค้น และ รายงานผลการตรวจสอบของคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศดังกล่าว รวมทั้งรายงานผลที่จัดทำขึ้นภายใต้ระบบ PCT
อย่างไรก็ตาม ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นคำขอให้รอการตรวจสอบได้จนถึง 1 ปี โดยมูลเหตุ
ที่ว่ายังไม่มีข้อมูลและเอกสารสนับสนุน

              2. การตรวจสอบการประดิษฐ์แบบที่มีการแก้ไข (Modified Examination)
              ผู้ขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะสามารถยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์แบบที่มีการแก้ไขได้เฉพาะกรณีที่คำขอรับสิทธิบัตร สำหรับการประดิษฐ์เดียวกันได้รับจดทะเบียนในประเทศออสเตรเลีย ยุโรป สหราชอาณาจักร หรือสหรัฐอเมริกา โดยคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์จะต้องแนบสำเนาสิทธิบัตรต่างประเทศฉบับรับรองถูกต้อง และในกรณีที่สิทธิบัตรยุโรปประกาศโฆษณาเป็นฉบับภาษาฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ผู้ขอรับ

              สิทธิบัตรจะต้องจัดส่งคำแปลฉบับภาษาอังกฤษและรับรองถูกต้อง นอกจากนี้ รายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ และรูปเขียนในคำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นในมาเลเซีย จะต้องสอดคล้องกับของสิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนในต่างประเทศ

              ในกรณีนี้ คำขอรับสิทธิบัตรจะผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน คำขอรับสิทธิบัตรจะถูกตรวจสอบเฉพาะความใหม่ สิ่งที่ขอรับสิทธิบัตรได้ และสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรในต่างประเทศหรือไม่ โดยไม่มีการตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบจะถูกตรวจสอบน้อยกว่าการตรวจสอบการประดิษฐ์แบบสมบูรณ์การยื่นคำขอให้ตรวจสอบ สามารถรอได้จนถึง 2 ปี โดยอาศัยมูลเหตุที่ว่า คำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นในต่างประเทศยังไม่ได้รับการจดทะเบียนหรือยังไม่สามารถจัดหาสำเนาสิทธิบัตรฉบับรับรองถูกต้องได้

     4. ประกาศโฆษณา
              พระราชบัญญัติสิทธิบัตร ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรในระหว่างรอการจดทะเบียน ดังนั้น แฟ้มคำขอรับสิทธิบัตรของทางราชการจะถูกเก็บเป็นความลับในระหว่างรอการจดทะเบียนการประกาศโฆษณาจะมีขึ้นเมื่อสิทธิบัตรได้รับการจดทะเบียนแล้ว

     5. การรับจดทะเบียน
              เมื่อนายทะเบียนเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรมีลักษณะครบถ้วนตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร และข้อบังคับ นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนสิทธิบัตร และออกหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนพร้อมทั้งสำเนาสิทธิบัตร และสำเนารายงานของผู้ตรวจสอบครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้ขอรับจดทะเบียน นอกจากนี้นายทะเบียนจะบันทึกสิทธิบัตรในสมุดทะเบียน

     6. การขอถือสิทธิย้อนหลัง
              ผู้ขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะต้องยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในประเทศมาเลเซีย ภายในระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรเป็นครั้งแรก ในคำขอรับสิทธิบัตรจะต้องมีการแจ้งให้ทราบถึงการขอถือสิทธินับวันยื่นย้อนหลัง นายทะเบียนจะขอให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรจัดส่งสำเนาคำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นครั้งแรกซึ่งรับรองถูกต้องโดยสำนักสิทธิบัตรที่ได้รับคำขอรับสิทธิบัตรที่ยื่นครั้งแรก ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ นายทะเบียนมีคำสั่ง พร้อมทั้งจัดทำคำแปลฉบับภาษามาเลเซียหรือภาษาอังกฤษ

      7. การคัดค้าน / โต้แย้ง
              พระราชบัญญัติสิทธิบัตร ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการคัดค้านหรือโต้แย้งในระหว่างรอการ จดทะเบียนสิทธิบัตร

     8. การอุทธรณ์
              บุคคลใดที่ได้รับความเสียหายจากคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของนายทะเบียน หรือสำนักทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Corporation of Malaysia) สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้

     9. ค่าธรรมเนียมราชการรวมทั้งค่าบริการสำนักงานตัวแทน
              ค่าธรรมเนียมราชการรวมทั้งค่าบริการสำนักงานตัวแทน แสดงอยู่ท้ายรายละเอียดนี้

      10. ขั้นตอน / ระยะเวลา
              ขั้นตอนและระยะเวลาแสดงอยู่ท้ายรายละเอียดนี้

3. การบังคับใช้สิทธิ
     1. การกระทำที่ถือว่าเป็นการละเมิด
              บุคคลใดใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา 36 (3) ในประเทศมาเลเซียโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตร ภายในขอบเขตที่สิทธิบัตรได้รับความคุ้มครองให้ถือว่าบุคคลนั้นกระทำการละเมิดสิทธิบัตร

              การใช้ประโยชน์ตามมาตรา 36 (3) มีดังนี้

              สิทธิบัตรในผลิตภัณฑ์: การผลิต นำเข้า เสนอขาย ขายหรือใช้ผลิตภัณฑ์ หรือเก็บ

              ผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเสนอขาย ขาย หรือใช้

              สิทธิบัตรในกรรมวิธี: การใช้กรรมวิธี หรือการกระทำใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในสิทธิบัตรในผลิตภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกรรมวิธีที่ได้รับสิทธิบัตรโดยตรง

     2. มาตรการในการเยียวยา
         2.1 มาตรการในทางแพ่ง
         1. ถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำละเมิดเกิดขึ้น หรือกำลังทำละเมิด ศาลจะตัดสินให้ค่าเสียหาย และอนุญาตให้คุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้มีการละเมิดต่อไป
และยังอาจให้การเยียวยาอื่นใดตามกฎหมาย

          2. ถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรพิสูจน์ได้ว่า การละเมิดสิทธิบัตรใกล้จะเกิดขึ้น ศาลจะสั่งให้มีการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันการละเมิด และให้การเยียวยาอื่นใดตามกฎหมาย

         2.2 มาตรการในทางอาญา
                 ไม่มีการฟ้องคดีอาญาสำหรับความผิดใด ๆ ภายใต้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร เว้นแต่โดยหรือได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานอัยการ

     3. กระบวนการ
          ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์มีสิทธิที่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลต่อผู้ที่ได้กระทำละเมิดหรือกำลังละเมิดสิทธิบัตร

           ผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะมีสิทธิเช่นเดียวกันต่อบุคคลใดที่ได้กระทำการซึ่งกำลังจะเกิด การละเมิดสิทธิบัตรในการดำเนินกระบวนการพิจารณาทางศาล จะต้องกระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่กระทำละเมิด

     4. โทษ
          ไม่มีรายละเอียด

      5. ข้อสังเกตการบังคับใช้สิทธิ เช่นในกรณีที่ไม่มีกฎหมายเฉพาะ
          ไม่มีรายละเอียด

4. หน่วยงานรับผิดชอบ
     1. หน่วยงานรับผิดชอบ
            สำนักจดทะเบียนสิทธิบัตร (The Patent Registration Office) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในประเทศมาเลเซีย โดยมีรายละเอียดดังนี้
          Intellectual Property Division
          Ministry of Domestic Trade and Consumer Affairs
          32nd Floor, Menara Dayabumi
          Jalan Sultan Hishamuddin
          50623 Kuala Lumpur
          Tel.:           (603) 22.74.21.00, 22.74.35.81
          Fax:            (603) 22.74.13.3222.74.52.60
          E-mail:        wzismail@kpdnhq.gov.my
          Website:     http://kpdnhq.gov.my

           2. สำนักงานตัวแทน
          1. Shearn Delamore & Co
          7th Floor, Wisma Hanzah-Kwong Hing
          No. 1, Leboh Ampang
          50100 Kuala Lumpur,
          Malaysia
          Tel:            603 2076 2851, 603 2070 0644
          Fax:           603 2072 2758/2034 1889, 603 2078 5625
          E-mail:       saifong@shearndelamore.com

           2. Tay & Partners
          Suite 6.01, 6th Floor
          Plaza See Hoy Chan
          Jalan Raja Chulan
          Kuala Lumpur 50200
          Malaysia
          Tel:            603 2050 1888/1898
          Fax:           603 2072 6354
          E-mail:       linda.wang@taypartners.com.my

           3. Raja Darryl & Loh
          Intellectual Property and Technology Department
          18th Floor, Wisma Sime Darby
          Jalan Raja Laut,
          50350 Kuala Lumpur
          Malaysia
          Tel:            603 26949999
          Fax:           603 26933823
          E-mail:       peggychooi@rdl.com.my
                            syliew@rdl.com.my

           4. Ram Rais & Partners
          Wiama Packer,
          No. 195 Jalan Tuanku Abdul Rahman,
          Kuala Lumpur 50100
          Malaysia
          Tel:             60 3 2693 1125
          Fax:            60 3 2693 0716
          E-mail:        ramrais@tm.net.my

          5. Henry Goh & Co. SDN. BND.
          Suite 3.02, Level 3, AMODA Building,
          22, Jalan Imbl,
          55100 Kuala Lumpur,
          Malaysia
          Tel:             603 2143 9122
          Fax:            603 2142 3110/3354, 603 2143 4062/4063
          E-mail:        hgoh@po.jaring.my
          Website:     http://www.henrygoh.com

ค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการสำนักงานตัวแทน

รายการ
ค่าธรรมเนียมราชการ
(เหรียญสหรัฐ)
ค่าบริการ
(เหรียญสหรัฐ)

การยื่นคำขอรับสิทธิบัตร

 
1. การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรที่มีข้อถือสิทธิ 10 ข้อ หรือน้อยกว่า
    1.1 ข้อถือสิทธิข้อที่ 11 เป็นต้นไป (แต่ละข้อ)

55.00
5.00

135.00
10.00

2. การยื่นเอกสารภายหลังจากยื่นคำขอรับสิทธิบัตร(ต่อ เอกสาร 1 ฉบับ)

-

20.00

3. การยื่นคำขอให้ตรวจสอบ
    3.1 การตรวจสอบแบบสมบูรณ์ (Full Examination)
          หรือ
    3.2 การตรวจสอบแบบที่มีการแก้ไข (Modified Examination)


190.00
หรือ
120.00


135.00
หรือ
135.00
4. การแจ้งรายงานผลการตรวจสอบ (แต่ละฉบับ)
(ยกเว้นค่าบริการในการวิเคราะห์ทางเทคนิค)

-

27.00
5. การเตรียมและยื่นหนังสือโต้ตอบต่อรายงานผลการตรวจสอบ (แต่ละโอกาส)

-

เริ่มจาก 27.00
6. การออกหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนสิทธิบัตร

40.00

55.00
งานยื่นอื่น ๆ /เบ็ดเตล็ด
7. การยื่นคำร้องขอให้รอการตรวจสอบ

-

40.00
8. การแก้ไข
    8.1 แก้ไข/ทำให้ถูกต้องตามรูปแบบ
    8.2 เนื้อหาในรายละเอียดการประดิษฐ์/บทสรุปการประดิษฐ์
    8.3 ข้อถือสิทธิ


15.00
15.00
15.00

40.00
ต่อหน้า 6.00
ต่อ 1 ข้อ
ข้อถือสิทธิรอง 7.00
ร่างใหม่ 15.00
9. การรับรองเอกสาร
    9.1 การขอรับรองสำเนาเอกสาร หรือการคัดรับรอง
    9.2 สำเนาสิทธิบัตร

15.00
8.00

15.00
15.00
10. การขอขยายระยะเวลา
55.00
80.00
11. การยื่นเอกสารขอให้ถือสิทธิย้อนหลัง
-
16.00

12. การยื่นคำขอสำหรับไม่ระบุชื่อผู้ประดิษฐ์

27.00

15.00
13. การเปลี่ยนคำขอรับสิทธิบัตรเป็นอนุสิทธิบัตร

55.00

120.00
14. การเพิกถอนคำขอรับสิทธิบัตร

-

27.00
15. การเปลี่ยนตัวแทนสิทธิบัตรหรือที่อยู่

27.00

40.00
16. การยื่นคำขอเพื่อขออนุญาตยื่นคำขอในต่างประเทศ
(ยกเว้นการปรากฏหรือการยื่นต่อนายทะเบียนสิทธิบัตร

-

55.00
การโอนสิทธิและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ

 

17. การบันทึกการโอนสิทธิ

27.00

67.00

18. การเตรียมหนังสือสัญญาโอนสิทธิ

-

80.00

19. การบันทึกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

27.00

80.00

20. การสลักหลังสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยสมัครใจ

15.00

27.00

21. การเพิกถอนการสลักหลังสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยสมัครใจ

15.00

40.00

22. การบันทึกการสิ้นสุดของสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

20.00

40.00

23. การยื่นคำขออนุญาตใช้สิทธิโดยกฎหมาย

20.00

135.00

24. การยื่นคำขอแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยกฎหมายบังคับ

20.00

94.00

25. การขอเพิกถอนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยกฎหมายบังคับ

20.00

67.00

26. การขอคืนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

16.00

55.00

27. คำขออนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อใช้ประโยชน์การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตร

-

55.00

การตรวจค้น

 

28. สิทธิบัตรที่มีลักษณะเหมือนกัน
33.00

40.00

29. สิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนในมาเลเซีย
33.00

40.00

30. ตรวจค้นในเนื้อหาตามสาขาเทคโนโลยี (1 สาขา)
-

เริ่มจาก 135.00

31. ตรวจค้นแฟ้มสิทธิบัตรของทางราชการ
5.00

40.00

ค่าธรรมเนียมรายปี: สามารถชำระได้ภายใน 12 เดือน ก่อนสิ้นสุด
    ปีที่ 2
    ปีที่ 3
    ปีที่ 4
    ปีที่ 5
    ปีที่ 6
    ปีที่ 7
    ปีที่ 8
    ปีที่ 9
    ปีที่ 10
    ปีที่ 11
    ปีที่ 12
    ปีที่ 13
    ปีที่ 14
    ปีที่ 15
    ปีที่ 16
    ปีที่ 17
    ปีที่ 18
    ปีที่ 19
    ปีที่ 20
55.00
67.00
80.00
94.00
108.00
120.00
135.00
147.00
160.00
173.00
190.00
213.00
240.00
293.00
330.00
385.00
400.00
496.00
550.00

55.00
ต่อปี
การขอคืนสิทธิบัตร
16.00
40.00
การยื่นคำร้องเพื่อให้สิทธิบัตรที่ระงับสิ้นไป มีผลใช้บังคับใหม่
27.00
67.00
ค่าธรรมเนียมเพิ่มในการทำให้สิทธิบัตรที่ระงับสิ้นไป มีผลใช้บังคับใหม่ (ขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับปีนั้น)
100%
-
ขั้นตอน

วันยื่นคำขอ
หนังสือคำสั่ง
ออกเป็นครั้งแรก
ระยะเวลา
ในการโต้ตอบ
ประกาศโฆษณา
ระยะเวลา
คัดค้าน
ตรวจสอบ
หนังสือคำสั่ง
ออกเป็นครั้ง
สุดท้าย
ระยะเวลา
ในการโต้ตอบ
อุทธรณ์
ระยะเวลา
ทั้งหมดใน
การออกสิทธิบัตร



ระยะเวลา (เดือน)




1
24+
3
-
-
24-36
24-36
-
-
36-42

Copyright © 2008 S & I International Bangkok Office Co.,Ltd. All rights reserved.